กรณีศึกษา Linux (Ubuntu) กับการจำลอง (Virtualization)

บทนำ

Virtualization ซึ่งเราแปลว่าการจำลอง อาจจะไม่ตรงในรูปศัพท์ แต่ถ้าดูมันคือการจำลองจริง ๆ เป็นการจำลองเครื่องในเครื่อง คือเปรียบเสมือนมีเครื่องอีกเครื่องหนึ่ง (หรือหลาย ๆ เครื่อง) แต่เครื่องนั้นไม่ได้มาจากไหน ก็เอาทรัพยากรของเครื่องจริงมาจำลองขึ้นมานั่นเอง ดังนั้นเวลาพูดถึงเรื่อง Virtualization หรือการจำลองนี้จะพบว่ามีเครื่องที่เป็นเจ้าบ้าน (host) และเครื่องจำลองซึ่งเป็นแขก (guest)

เทคโนโลยีการจำลองหรือ Virtualization Technology นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องที่เริ่มจะพูดถึงอย่างแพร่หลายเมื่อไม่นานมานี้ แต่ก็เป็นเทคโนโลยีดั้งเดิม ซึ่งถ้าใครมีประสบการณ์กับเครื่องเมนเฟรมจะนึกถึง VM ซึ่งทำการจำลองเครื่องจริงหรือเครื่องเจ้าบ้านออกมาเป็นเครื่องหลาย ๆ เครื่อง เหตุผลของความแพร่หลายไม่นานมานี้เป็นเหตุผลเรื่องการเข้าถึงได้ของเทคโนโลยี เพราะมี Open Source หรือ Free Software (Free หมายถึง Freedom หรือเสรีภาพ) ออกมามากกว่า

เหตุผลของการใช้เทคโนโลยีการจำลอง (Virtualization) ก็ไม่แตกต่างจากเหตุผลเดิม ๆ ที่เทคโนโลยีนี้ออกมาตั้งแต่ต้น อันได้แก่

  1. ต้องการแยก (partition) หรือแบ่งทรัพยากรทำงาน โดยต้องการให้แต่ละสัดส่วน (partition) ที่แยกจากกันนั้นเป็นอิสระขาดจากกัน ตัวอย่างเช่น มีเครื่องเพียงเครื่องเดียว แต่ต้องการให้ทำงานเสมือนสองเครื่องแยกจากกันเด็ดขาด เครื่องหนึ่งเป็นเครื่องจริง (Production) อีกเครื่องหนึ่งเป็นเครื่องทดสอบ (Test) เป็นต้น
  2. ต้องการพัฒนาสิ่งแวดล้อม (Environment) ใหม่ ๆ หรือต้องการสิ่งแวดล้อม (Environment) เดิม ๆ (ด้วยเหตุผลหลากหลาย เช่น สิ่งแวดล้อมแบบเดิม ๆ ไม่สามารถหาได้อีกต่อไป เป็นต้น)

รายละเอียดกรณีศึกษา

สืบเนื่องจากการ implement Linux (Ubuntu) (รวมถึง Free/Open OS อื่น ๆ เช่น FreeBSD ด้วย) ให้กับลูกค้าในธุรกิจต่าง ๆ บางครั้งพบว่ามีซอฟแวร์บางอย่างซึ่งไม่สามารถทำการทดแทนได้ทันที หรืออาจจะไม่อาจจะหาเวอร์ชันที่ทำงานบน Linux ได้ หรือไม่สามารถจะทำงานบน Wine (สภาพจำลองหรือ Emulator ของ Windows บน Linux) ได้ อย่างไรก็ตาม การใช้เครื่องหนึ่งเครื่องเพื่อการนั้นอาจจะไม่เหมาะสม ดังนั้นบริษัทฯ จึงเลือกใช้เทคโนโลยีการจำลอง (Virtualization) เพื่อการนี้ (การใช้เทคโนโลยีจำลองไม่ได้ช่วยให้ค่าใช้จ่ายเรื่องลิขสิทธิ์ของระบบปฏิบัติการลดลงแต่อย่างใด เนื่องจากการจำลองเครื่องที่ทำงานจำนวนเท่าใด ก็มีค่าใช้จ่ายเรื่องลิขสิทธิ์ของระบบปฏิบัติการเท่านั้น อย่าเข้าใจผิดในประเด็นนี้)

สำหรับซอฟแวร์เพื่อการจำลองนี้ก็มีหลายตัว แต่ขอยกเป็นกรณีเพียงสองตัวเท่านั้น คือ VirtualBox ซึ่งเดิมพัฒนาโดย Sun Microsystems หรือปัจจุบันโดย Oracle ซึ่งกรณีจะนำตัว binary ไปใช้ต้องทำด้วยตัวผู้ใช้งานเองเท่านั้น (กรุณาอ่านเงื่อนไขอื่น ๆ ตามใบอนุญาตให้ใช้ผลิตภัณฑ์) ซึ่งมีข้อดีคือมีการทำ GUI ให้ใช้งานอย่างง่ายดาย สำหรับอีกตัวได้แก่ qemu ซึ่งสามารถใช้งานได้อย่างมีเสรีภาพ (เป็น Free Software ซึ่งใบอนุญาตให้ใช้งานแบบ GNU GPL) อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่ใช่ซอฟแวร์เพื่อการค้า อาจจะต้องปรับหรือตั้งค่าใด ๆ ตามแบบฉบับ (คือแก้ไข text file ซึ่งเก็บค่าปรับตั้งต่าง ๆ หรือใช้การส่งค่าผ่าน argument เวลาเรียกใช้)

VirtualBox ทำงานบน Ubuntu

สำหรับการใช้งานซอฟแวร์ทั่ว ๆ ไปแล้ว ทั้งคู่สามารถจำลองเครื่องพื้นฐานซึ่งมีหน่วยประมวลผล หน่วยความจำ ดิสก์ เครื่องอ่านซีดี การ์ดอื่น ๆ เช่น การ์ดเสียง เป็นต้น ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่มักจะเป็นปัญหาได้แก่การทำให้เครื่องจำลองเป็นที่รู้จักของโลกภายนอก (คือเปรียบเสมือนเครื่องจำลองเป็นเครื่องจริง ๆ ที่ต่อเข้ากับ Internet กับภายนอก) อาจจะต้องปรับตั้งและอาศัยความเข้าใจการจำลองระบบเครือข่ายพอสมควร สำหรับการติดตั้งก็เพียงแค่เริ่มเครื่องจำลอง แล้วทำการติดตั้งระบบปฏิบัติการที่ต้องการ เช่น Windows เสมือนกับติดตั้งระบบปฏิบัติการบนเครื่องจริง ๆ

Posted in Uncategorized | Tagged , , , , , , , , ,

กรณีศึกษาการใช้ Linux (Ubuntu) ในร้าน Internet Cafe – SAN

บทนำ

ร้าน Internet Cafe มีเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้บริการลูกค้า เครื่องคอมพิวเตอร์เหล่านั้นทำงานด้วยระบบปฏิบัติการตระกูล Windows (เช่น Windows XP เป็นต้น) อย่างไรก็ตาม ร้าน Internet Cafe จะมีความต้องการพิเศษบนเครื่องเหล่านี้ได้แก่

  1. ต้องการให้เครื่องเหล่านั้นอยู่ในสภาพเดิม คือเมื่อได้ปรับตั้งไว้อย่างไรก็ต้องการให้เป็นเช่นนั้น ไฟล์ต่าง ๆ ที่ลูกค้าอาจจะดาวน์โหลดทิ้งไว้ให้ลบทิ้งให้หมด ถ้าเกิดมี malware, spyware, หรือไวรัสใด ๆ มาติดก็ต้องการจะให้กลับไปที่สภาพเดิมที่เจ้าของร้านตั้งไว้
  2. ต้องการบำรุงรักษาเครื่องให้ได้ง่ายขึ้น การติดตั้งโปรแกรมใหม่ต้องการติดตั้งเพียงครั้งเดียวและให้ทุกเครื่อง (อาจจะ 10 หรือ 20 เครื่อง) เหมือนกันหมด
  3. ต้องการควบคุมการทำงานบางอย่าง (เช่น ไม่อนุญาตให้เข้าใช้งานปรับตั้งระบบ ฯลฯ) และต้องการควบคุมการใช้งานเครื่องร่วมกับระบบบันทึกเงิน (Billing)

สำหรับความต้องการข้อ 3 นั้นปกติแล้วมักจะใช้ Internet Cafe Billing Software ต่าง ๆ มาเป็นตัวควบคุม ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับกรณีศึกษานี้เท่าใด สำหรับข้อ 1 และ ข้อ 2 สามารถทำได้ด้วยการใช้ Linux ในลักษณะของ SAN Server (ศัพท์นี้ไม่ตรงเท่าไร แต่คือเป็นแม่ข่ายสำหรับให้บริการพื้นที่ดิสก์ หรือ Storage Area Network ซึ่งต่างจากแม่ข่ายให้บริการไฟล์ คือการให้บริการนี้จะเป็นการให้บริการระดับ block level) ซึ่งจะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการมีลักษณะ

  1. Disk less – คือไม่มีฮาร์ดดิสก์ในตัว
  2. Boot on LAN – เริ่มระบบ (Boot) จากเครือข่าย

เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง

  1. SAN Server – แม่ข่ายให้บริการพื้นที่ดิสก์ผ่านเครือข่าย โดยจะใช้ไฟล์จำลองเป็นดิสก์ (คือถ้าเรามองว่าไฟล์คือสายของข้อมูลต่อ ๆ กัน (Stream of byte) ดิสก์ก็มีลักษณะเช่นเดียวกันคือเป็นสายของข้อมูลต่อ ๆ กัน แต่อาจจะเป็นในลักษณะของก้อนข้อมูล (Stream of Block – ในที่นี้ Block = Logical Unit) มากกว่าแต่ก็ไม่แตกต่าง) โดยจะมีไฟล์ (จำลองดิสก์) ที่เป็นต้นฉบับซึ่งจะคัดลอกไปเป็นไฟล์ (จำลองดิสก์) ที่ใช้งานทุกวัน ทำให้เหมือนกับแต่ละเครื่องถูกติดตั้งระบบใหม่ทุกวัน รวมถึงการติดตั้งใด ๆ ก็จะเปลี่ยนไปใช้ไฟล์ (จำลองดิสก์) ที่เป็นต้นฉบับ ทำให้ติดตั้งครั้งเดียวได้ทุกเครื่อง
  2. Boot on LAN – เริ่มระบบ (boot) จากเครือข่าย อันนี้ต้องอาศัยการ์ดเครือข่าย (Ethernet Card) ซึ่งมี Boot ROM ซึ่งโปรแกรมใน Boot ROM ชื่อ PXE จะติดต่อกับแม่ข่าย อย่างไรก็ตามในกรณีนี้ต้องทำการ chainload โปรแกรมก่อนเริ่มระบบ gPXE เพื่อทำการอ่านข้อมูลของแต่ละบล๊อคของดิสก์ (Disk logical block) จาก SAN Server
  3. AoE หรือ iSCSI – เป็นโปรโตโคลหรือคำสั่งสำหรับอ่านบล๊อคของดิสก์ (Disk logical block) ผ่านเครือข่าย

ลักษณะการติดตั้ง

ในกรณีศึกษานี้ได้ติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับบริการลูกค้า 20 เครื่อง เครื่องแม่ข่าย SAN Server 1 เครื่อง (คอมพิวเตอร์ประกอบธรรมดา) บนเครือข่ายกิกะบิท (Gigabit Ethernet) เครื่องแม่ข่ายใช้ดิสก์สูงสุดที่หาได้ขณะนั้น (1TB) และทำ RAID-1 (Mirroing) ใช้ AoE เป็นโปรโตโคลซึ่งใช้งานได้ดี มีประสิทธิภาพ ไม่มีการล่าช้าของดิสก์หรือของเครือข่ายที่จะสังเกตุได้ถึงแม้ว่าจะใช้พร้อม ๆ กันมากกว่าครึ่งของจำนวนเครื่องลูกข่าย

สรุป

กรณีที่ศึกษาไม่ได้จำกัดเฉพาะร้าน Internet Cafe เดิมทีในธุรกิจขนาดใหญ่มีการใช้ SAN ซึ่งเป็นฮาร์ดแวร์ที่มีราคาสูง มีเครื่องมือและการจัดการเฉพาะ แต่จากกรณีศึกษาสามารถพอที่จะเป็นตัวอย่างของการทำ SAN ซึ่งสามารถเลือกขนาด ประสิทธิภาพ ราคา ฯลฯ เองได้ โดยที่ราคาของระบบถูกกว่ามาก แต่สามารถเลือกตามความต้องการได้

Posted in Uncategorized | Tagged , , , , , , , , , , , , , , , ,

กรณีศึกษาการใช้ Linux (Ubuntu) กับงานระบบโรงแรมที่ T.K.Resort

บทนำ

บริษัท สยามสแกน ดอทเน็ต จำกัด ได้มีโอกาสวางระบบงานโรงแรมให้กับ T.K.Resort โดยระบบงานจะเป็นระบบงานแบบเว็บ (Web-based Application) เพื่อทำรายการเกี่ยวกับโรงแรม (Check-in, Check-out, บันทึกมินิบาร์, แม่บ้าน, คิดเงิน ฯลฯ) และต้องเชื่อมต่อ (Interface) กับระบบออกบัตรกุญแจ (Key Card) ซึ่งระบบบัตรกุญแจเป็น Smart Card จะใช้ควบคุมและอนุญาตให้เปิดปิดห้อง และเปิดปิดไฟในห้องเฉพาะช่วงเวลาที่ Check-in กำหนดไว้เท่านั้น (ดังนั้น ถึงแม้ว่าบัตรใบนั้นจะสูญหายหรือถูกขโมยไปก็ไม่สามารถจะใช้เปิดปิดห้องได้) โดยใช้เว็บซอฟแวร์งานโรงแรมของบริษัทฯ ชื่อ Stayhere

Stayhere Software

ลักษณะของซอฟแวร์จัดการโรงแรม Stayhere

ลักษณะการติดตั้งระบบ

ระบบแม่ข่ายใช้ Linux (Ubuntu) Server โดยมี Apache Web Server, PHP, และ PostgreSQL เป็น Platform หลัก สำหรับการต่อเชื่อม (Interface) กับเครื่องออกบัตร เนื่องจากเครื่องออกบัตรใช้ Interface แบบ RS232 อย่างไรก็ดี ในจุดรับลูกค้า (Front Counter) จะใช้เครื่องโน้ตบุ๊คเพื่อไม่ให้เกะกะบริเวณ ดังนั้นจะใช้ตัวแปลง USB Serial Converter ซึ่ง Linunx ใน Kernel เวอร์ชันใหม่ ๆ (2.6) จะสนับสนุนโดยไม่ต้องแสวงหา Kernel Modules พิเศษหรือ Compile Kernel เพิ่มเติมแต่อย่างใด

จุดเด่น

  1. ระบบที่สามารถพึ่งพาได้ (reliable) เหมาะสมกับงานในลักษณะ 24×7 ซึ่งต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีหยุด และทำงาน 365 วันไม่มีหยุด การติดตั้งในเรื่อง Redundant เช่น RAID, Hot backup Server สามารถทำได้โดยไม่มีค่าลิขสิทธิ์ของระบบปฏิบัติการ และ ซอฟแวร์ระบบเพิ่มเติมแต่อย่างใด
  2. ระบบมีความมั่นคง มีการรักษาความปลอดภัย (Security) ที่ดี สามารถกำหนดให้ฟังก์ชันการใช้งานของเครื่องลูกข่ายต่าง ๆ เหลือเท่าที่จำเป็นต้องใช้งาน ลดโอกาศความผิดพลาดและการถูกโจมตี (เช่น จากไวรัสต่าง ๆ) ลงมาก ๆ
  3. ระบบทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ การตอบสนองรวดเร็ว รวมถึงสามารถทำการตรวจสอบหรือการบริหารข้อมูลจากระยะไกล (เนื่องจากลักษณะการออกแบบพื้นฐานของระบบซอฟแวร์แบบเว็บ) และเป็นภาษาไทย (เนื่องจากพัฒนาโดยคนไทย) ทำให้ง่ายต่อการปฏิบัติงาน โดยมีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม
Posted in Uncategorized | Tagged , , , , , , , , , , , ,

กรณีศึกษาการใช้ FreeBSD สำหรับงานแม่ข่าย (Server)

แรงบันดาลใจ

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2553 (2010-07-23) FreeBSD ได้ออกระบบปฏิบัติการ Unix ตระกูล FreeBSD เวอร์ชัน 8.1 ออกมา ทำให้หวลรำลึกถึงระบบปฏิบัติการที่เยี่ยมยอดระบบนี้ได้ขึ้นมา เป็นแรงบันดาลใจให้เขียนกรณีศึกษาการใช้ขึ้นมาเช่นกัน

บทนำ

ปี 2546 (2003) และอีกหลาย ๆ ปีจนปัจจุบันบริษัทฯ ได้มีโอกาสดำเนินการ (implement) ระบบ ERP ของบริษัทฯ ชื่อ CPA ซึ่งเป็นซอฟแวร์แบบเว็บ (Web-based) ให้กับลูกค้า โดยทำการดำเนินการติดตั้งระบบแม่ข่าย (Server) ขึ้นใหม่หมด และให้แม่ข่ายนี้รองรับงานต่าง ๆ ดังนี้

  1. Web Server และ PHP สำหรับรองรับซอฟแวร์ CPA
  2. PostgreSQL สำหรับรองรับซอฟแวร์ CPA
  3. Mail Server

โดยภายหลังได้มีการเพิ่ม Samba Server เพื่อใช้ Share File และรองรับ VPN จากภายนอก (เนื่องจากมีสำนักงานซึ่งอยู่หลายสถานที่)

การดำเนินการ

ในเริ่มต้นบริษัทฯ ได้เริ่มจากการใช้ FreeBSD 4.3 บนเครื่อง PC ธรรมดา โดยทำ RAID 1 (IDE) ผ่านฮาร์ดแวร์ด้วยการ์ดของ Promise หลังจากนั้นประมาณ 3 ปีได้ทำการอัพเกรดดิสก์เพื่อให้มีพื้นที่เพิ่ม และได้ทำการอัพเกรด FreeBSD ด้วยเป็น 5.4 และหลังจากนั้นประมาณ 2 ปีได้ทำการอัพเกรดเครื่องแม่ข่ายใหม่หมด ซึ่งต่อจากนี้จะใช้เป็น Software RAID ผ่าน GEOM

ความประทับใจในระบบปฏิบัติการ FreeBSD นี้เริ่มจากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยใช้ Unix มาหลายเวอร์ชัน ตั้งแต่ 3 BSD, 4.x BSD ในหลาย ๆ แพลตฟอร์ม อดีตที่เชื่อมโยงกับ Unix สาย BSD นี้ทำให้มีความคุ้นเคยกับโปรแกรมที่ใช้ monitor ระบบเป็นอย่างมาก แต่ที่ประทับใจมากกว่านั้นคือ

  1. การ Installation ตัว FreeBSD อำนวยความสะดวกมาก ตั้งแต่เวอร์ชันเก่า ๆ (4.3 ที่เริ่มนี้ไม่ถือว่าเก่าเท่าไร) ก็สามารถดาวน์โหลดแค่ Floppy Image มาทำแผ่น Floppy Disk เพื่อเริ่มระบบ โปรแกรม Installation จะให้ปรับค่า IP Address ต่าง ๆ เพื่อ Install ผ่าน Internet โดยไม่ต้องดาวน์โหลด CD Image ซึ่งใหญ่เทอะทะได้เลย (เวอร์ชันปัจจุบันก็ทำเป็น Flash Image เพื่อทำกับ Flash Drive ในลักษณะเดียวกัน)
  2. การ Installation ตัว FreeBSD มีโปรแกรมสำหรับติดตั้งแบบ Text based แต่เป็น UI ที่มีเมนู และทำลำดับ รวมถึงข้อความช่วยเหลือและอธิบายให้เสร็จ รวมถึงในส่วนเข้าใจยากสำหรับผู้ไม่คุ้นเคย เช่น เรื่อง Partition กับเรื่อง Slice (สองเรื่องที่ใช้ศัพท์ไม่ตรงกับโลกปัจจุบัน เนื่องจากเป็นมรดกซากอดีต) ก็มี Default ที่จัดการให้ค่อนข้างดี รวมถึงการทำ Packages และ Ports ซึ่งในความเห็นส่วนตัวชอบมาก FreeBSD Text based Installation Program (sysinstall)
  3. การปรับตั้ง (Configuration) ต่าง ๆ ก็ใช้ Text based ที่เป็น UI เดียวกันกับการ Installation และค่อนข้างครบถ้วน ที่ชอบ Text based ที่ทำไว้มากเนื่องจากจะได้ไม่ต้อง Start X Windows ขึ้นมา ซึ่งเปลือง Resource และในช่วงสมัยนั้นแม้แต่ใน Linux เองก็มีการสนับสนุนการ์ดจอที่จำกัด เป็นปัญหามาก ในขณะที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้งานในลักษณะ Desktop เช่นนั้นบนเครื่องแม่ข่ายเลย
  4. การสนับสนุนฮาร์ดแวร์หลัก (เช่น Disk, NIC) มีจำนวนมาก เช่น Promise IDE RAID ที่ใช้ก็สนับสนุน (ในขณะที่สมัยนั้นใน Linux ถ้าต้องการสนับสนุนต้องออกแรง Compile Kernel และปรับแต่งมาก) รวมถึงซอฟแวร์ระบบต่าง ๆ ค่อนข้างดี ที่น่าประทับใจก็เช่น Software RAID (GEOM) อยากจะบอกว่าใช้งานได้ง่ายกว่า Software RAID (MD) ของ Linux มาก ๆ
  5. คู่มือ FreeBSD มีคู่มือ (FreeBSD Handbook) ที่ยอดเยี่ยม อธิบายถึงการปรับตั้งในทุกเรื่อง ซึ่งสามารถอ่านได้บนเว็บไซต์ หรืออ่านบนเครื่อง (ใช้ Text based Browser เช่น Lynx) ซึ่งสามารถติดตั้งผ่านโปรแกรมติดตั้งที่กล่าวมาก่อนหน้านี้
  6. ความเข้ากันได้ (Compatibility) เนื่องจากเป็นลูกหลานของ 4.4ฺBSDLite จึงมีความเข้ากันได้สืบเนื่องจากอดีต ทำให้เรื่องมาตรฐานของการจัดวางระบบไฟล์ (File System) เช่น /etc, /var, /usr, etc. เข้ากันได้กับ Unix (ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครไปทดสอบ Unix95, Unix98, Unix2000 หรืออะไรก็ตาม) รวมถึงการเข้ากันได้กับ POSIX ทั้งนี้ยังรวมถึงการเข้ากันได้กับ Linux ขนาดที่สามารถรัน binary โปรแกรมของ Linux ได้เลย
  7. ความเสถียร ความปลอดภัย (ทั้งในแง่การป้องกัน และการตรวจสอบ)
  8. เสรีภาพ ถ้าพูดถึงในแง่ของเสรีภาพในการปรับปรุงหรือแก้ไขแล้ว FreeBSD มาพร้อมกับ License แบบ BSD ที่มี 2 ข้อเท่านั้น มีเสรีภาพในการนำไปใช้และการปรับปรุงแก้ไข มากกว่า License แบบ GNU GPL เสียอีก (ถึงแม้ว่า GNU GPL จะเป็นสิ่งจำเป็นต่อการคงอยู่ของเสรีภาพก็ตาม)

อย่างไรก็ตาม ระบบปฏิบัติการนี้ก็เป็นธรรมดาที่มีข้อเสีย เช่น การสนับสนุนอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่อุปกรณ์หลักมีน้อย การขาดการสนับสนุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่ (เช่น Sun ไม่มี (native) Java ออกมาบนแพลตฟอร์มนี้อยู่หลายปี) การมีความรู้จักคุ้นเคย (Popular) น้อยกว่า Linux มาก

สรุป

ระบบปฏิบัติการ FreeBSD นี้มีข้อดีอย่างยอดเยี่ยม ถึงจะมีข้อเสียต่าง ๆ แต่ยังมีความเห็นว่าระบบปฏิบัติการนี้สามารถนำมาใช้ได้อย่างดีเยี่ยมโดยไม่มีอุปสรรคที่ใหญ่โตในข้อเสียนั้น เป็นตัวเลือกที่ดีนอกเหนือจาก Linux สามารถตอบโจทย์ทั้งในแง่การประหยัดในเรื่องลิขสิทธิ์ ทั้งในแง่ฟังก์ชันการใช้งานที่ง่าย สะดวก และคุ้มค่า (ต่อการดำเนินการ) โดยไม่ได้เสียสละความเสถียร ความปลอดภัย รวมถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแต่อย่างใด

Posted in Uncategorized | Tagged , , , , , , ,

กรณีศึกษาการใช้ Linux (Ubuntu) กับงานจุดขาย (Point-of-Sale)

งานจุดขาย (Point-of-Sale)

บริษัทฯ มีลูกค้าอยู่จำนวนมากตั้งแต่ปี 2002 (พ.ศ.2545) ซึ่งอาจจะเป็นร้านเล็ก ๆ ร้านในลักษณะร้านสวัสดิการหรือร้านสะดวกซื้อ รวมถึงร้านขนาดกลางซึ่งมีเครือข่าย (chain) อยู่หลายสาขาต่างสถานที่กัน ซึ่งงานส่วนใหญ่เป็นการบริหารการขาย และการใช้งานจุดขาย (Point-of-Sale) เพื่อบันทึกรายการขาย และการบริหารร้านค้าและสินค้า

ลักษณะการใช้งาน

บริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์ซอฟแวร์สำหรับงานบริหารการขายและจุดขายโดยเฉพาะ คือ Sureshot และ Sureshot POS โดย Sureshot เป็นซอฟแวร์แบบเว็บ (web-based) สำหรับการบริหารการขาย ซึ่งได้รับข้อมูลการขายจากจุดขายมาประมวลผลเพื่อการบริหารต่อไป รวมถึงการจัดการร้านค้า การจัดการสินค้าต่าง ๆ และ Sureshot POS เป็นซอฟแวร์จุดขาย (Point-of-Sale) สำหรับพนักงานขายหรือพนักงานเก็บเงินทำการขายหน้าร้าน และมีการติดต่อกับ Sureshot เพื่อส่งข้อมูลไปจัดเก็บและประมวลผลต่อไป

ซอฟแวร์ทั้งสองสามารถทำงานได้ดีบน Linux (ไม่จำกัด Distribution แต่บริษัทฯ ชอบ Ubuntu เป็นพิเศษ) เนื่องจากซอฟแวร์ Sureshot เป็นแบบเว็บ (web-based) บน PHP ซึ่งทำงานได้ดีบน Apache Web Server รวมถึงระบบฐานข้อมูลสัมพันธ์ (RDBMS) ที่ใช้จัดเก็บเป็น PostgreSQL และ Sureshot POS เป็น Application ซึ่งทำงานบนพื้นฐานของ Gtk สำหรับอุปกรณ์จุดขายต่าง ๆ เช่น เครื่องพิมพ์จุดขาย (POS Printer), ลิ้นชักเก็บเงิน (Cash Drawer), เครื่องอ่านบาร์โค้ด (Barcode Scanner), จอแสดงผลสำหรับลูกค้า (Customer Display) ซอฟแวร์ Sureshot POS จะเป็นตัวควบคุม ไม่ต้องการการจัดการพิเศษใด ๆ บน Linux

Sureshot POS on Linux

สำหรับการใช้งานทั่ว ๆ ไป ปกติแล้วเครื่องที่จุดขายมักจะไม่ได้ใช้งานด้านอื่น ๆ แต่บางรายอาจจะมีการใช้งานด้าน Office Application เล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่ง OpenOffice.org สามารถตอบสนองได้อย่างดี

เนื่องจากซอฟแวร์บริหารการขาย Sureshot เป็นแบบเว็บ (web-based) ทำให้การบริหารงานร้านในลักษณะหลายสาขา (chain) หรือการบริหารงานร้านทางไกล สามารถทำได้อย่างสะดวก

Drill down feature of Sureshot

ข้อดี

  1. ประหยัด สามารถลดค่าใช้จ่ายลิขสิทธิ์ของระบบปฏิบัติการ ซอฟแวร์พืิ้นฐาน (Office Application) รวมถึงซอฟแวร์สำหรับแม่ข่าย (Server) อื่น ๆ เช่น ระบบฐานข้อมูลสัมพันธ์ (RDBMS) ลงได้มาก รวมถึงสามารถทำการป้องกันความเสี่ียงจากการเสียของอุปกรณ์ได้ เช่น การทำระบบ RAID โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในด้านลิขสิทธิ์เลย
  2. ระบบมีความเสถียรมากซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากในงานจุดขาย (Point-of-Sale) เนื่องจากต้องทำการขายให้ได้ทันทีตลอดเวลาที่ร้านเปิดทำการ  รวมถึงการป้องกันความเสีี่ยงจากการเสียของอุปกรณ์ (มีลูกค้าหลายเจ้าที่เคยมีปัญหากับฮาร์ดดิสก์หลายครั้ง โดยไม่ทำให้ระบบหยุด หรือเกิดการสูญเสียของข้อมูลเลย)
  3. สามารถจำกัดฟังก์ชันการใช้งานในจุดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อเสีย

  1. การยอมรับของลูกค้า เนื่องจากความไม่คุ้นเคยทำให้การยอมรับทำได้ยาก
  2. การพิมพ์และเครื่องพิมพ์ (สำหรับการใช้งานบริหารการขาย ไม่ใช่ที่จุดขาย) ยังคงมีการสนับสนุนที่จำกัดอยู่
Posted in Uncategorized | Tagged , , , , , , , , , , ,

กรณีศึกษาการใช้ Linux (Ubuntu): สถาบันพัฒนาภาษาอังกฤษ iFAST

เกี่ยวกับสถาบันพัฒนาภาษาอังกฤษ iFAST

สถาบันพัฒนาภาษาอังกฤษ iFAST เปิดทำการที่ ชั้น 7 เดอะมอลล์งามวงศ์วาน กรุงเทพฯ สอนภาษาอังกฤษโดยใช้เทคโนโลยี multimedia เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามเวลาที่สะดวก และสามารถเลือกบทเรียนในหลักสูตรเพื่อเรียนได้ตามความเหมาะสม พร้อมด้วยการประเมินความก้าวหน้า โดยอาจารย์ระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐอเมริกา

iFAST

ความเป็นมา

บริษัท สยามสแกน ดอทเน็ต จำกัด ได้รับความไว้วางใจให้พัฒนาและวางระบบ Video On Demand ระบบติดต่อสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน รวมถึงระบบบริหารการลงทะเบียน (แบบ Web-based) ให้กับสถาบันพัฒนาภาษาอังกฤษ iFAST โดยระบบจะต้องใช้ Platform ของ Linux (Ubuntu) เป็นหลัก

ลักษณะการใช้งาน

ผู้เรียนที่เรียนผ่านเทคโนโลยี multimedia จะเรียนผ่านระบบ Video On Demand ซึ่งสัมพันธ์กับระบบบริหารลงทะเบียนผ่านเครื่องลูกข่าย ซึ่งทำงานบนระบบปฏิบัติการ Linux (Ubuntu) โดยใช้งานผ่าน Web Browser ซึ่งสามารถเลือกใช้ได้ระหว่าง Mozilla Firefox หรือ Google Chrome สำหรับบทเรียนซึ่งเป็นวิดีโอจะจัดเก็บบนระบบบริหารซึ่งเป็น Web-based บนเครื่องแม่ข่าย ทำงานบน Apache และ PHP และเก็บข้อมูลโดยระบบฐานข้อมูลสัมพันธ์ PostgreSQL ทั้งนี้วิดีโอจะจัดเก็บในรูปของ Ogg Theora

Linux Terminals

ข้อดี

  1. ระบบมีความเสถียรมาก สามารถบังคับเรื่องความปลอดภัย เรื่องสิทธิการใช้งานต่าง ๆ ได้ดี สามารถทำงานในลักษณะ Fault Tolerance ได้
  2. ระบบตอบสนองได้อย่างรวดเร็วดี
  3. ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านลิขสิทธิ์ของระบบปฏิบัติการทั้งด้านลูกข่ายและแม่ข่าย รวมถึงซอฟแวร์ระบบอื่น ๆ (เช่น ระบบฐานข้อมูลสัมพันธ์ ระบบแม่ข่ายเว็บ ฯลฯ) รวมถึงซอฟแวร์สำหรับจัดการระบบให้เป็นลักษณะ Fault Tolerance

ปัญหาและอุปสรรค

  1. ผู้ดูแลระบบขาดความชำนาญในระบบปฏิบัติการและซอฟแวร์ระบบอื่น ๆ บน Linux (Ubuntu)
  2. การสนับสนุนวิดีโอแบบ Ogg Theora ยังจำกัดและมีข้อผิดพลาดบางประการอยู่ (ทั้งบน Mozilla Firefox และ Google Chrome)
Posted in Uncategorized | Tagged , , , , ,

กรณีศึกษาการใช้ Linux (Ubuntu): บริษัท เลิศอรุณเทรดดิ้ง จำกัด

เกี่ยวกับบริษัท เลิศอรุณเทรดดิ้ง จำกัด

บริษัท เลิศอรุณเทรดดิ้ง จำกัด จำหน่ายก๊าซ วัสดุ อุปกรณ์ สำหรับอุตสาหกรรม สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่อ้อมน้อย โดยให้จำหน่ายและบริการลูกค้าในเขตนครปฐม กรุงเทพฯ สาขามหาชัยตั้งอยู่ที่มหาชัย สมุทรสาคร ให้บริการลูกค้าในเขต สมุทรสาคร สมุทรสงคราม

ความเป็นมา

ปี พ.ศ. 2545 บริษัท สยามสแกน ดอทเน็ต จำกัด ได้มีโอกาศวางระบบ Web based Accounting ของบริษัท CPA ทดแทนระบบบัญชีเดิมของบริษัท เลิศอรุณเทรดดิ้ง จำกัดเพื่อการใช้งานข้อมูลด้านการบริหารมากขึ้น รวมถึงการให้บริการสนับสนุนในด้านระบบ ทางผู้บริหารของบริษัท เลิศอรุณเทรดดิ้ง จำกัด มีความเห็นว่าการใช้งานซอฟแวร์ระบบและซอฟแวร์พื้นฐาน เช่น โปรแกรมประมวลผลคำ (Word Processing) โปรแกรมตารางคำนวณ  (Spreadsheet) น่าจะเปลี่ยนมาใช้ระบบซึ่งอยู่ในค่าย Open Source โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้

  1. ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในด้านลิขสิทธิ์
  2. เพื่อการใช้งานเครื่องอย่างมีประสิทธิภาพ
  3. เพื่อความมีเสถียรภาพของระบบ และความปลอดภัยของระบบ
  4. เป็นการช่วยประเทศชาติในด้าน เอกราชทางเทคโนโลยี และการลดภาระการเสียเงินตราต่างประเทศ

ลักษณะการใช้งาน

บริษัท เลิศอรุณเทรดดิ้ง จำกัด มีการใช้งานในสองลักษณะคือ ลักษณะของเครื่องแม่ข่าย และลักษณะของเครื่องลูกข่าย ทั้งหมดทำงานด้วยระบบ Linux (Ubuntu) โดยใช้งานซอฟแวร์หลัก ๆ ดังนี้

  1. ERP – ใช้ผ่านเครื่องลูกข่าย เนื่องจากระบบ ERP (หรืออีกนัยคือระบบบัญชี) เป็นแบบ Web-based ดังนั้นจึงใช้ผ่านลูกข่ายผ่าน Web browser ซึ่งได้แก่ Mozilla Firefox ร่วมกับ Adobe Acrobat Reader
  2. POS – เนื่องจาก Point-of-Sale ของบริษัทฯ สามารถทำงานบน Linux ได้อยู่แล้ว
  3. Office – ใช้โปรแกรม OpenOffice ซึ่งหลัก ๆ แล้วจะใช้เพียงแค่ Writer (Word Processing) กับ Calc (Spreadsheet) เท่านั้น

ทั้งนี้มีการใช้งานเครื่องพิมพ์โดยการ Share ผ่าน Print Server และทั้ง Share ผ่านเครื่องแม่ข่ายและลูกข่ายด้วย

การบรรลุวัตถุประสงค์

  1. ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในด้านลิขสิทธิ์ – ภาระค่าใช้จ่ายด้านลิขสิทธิ์ของระบบปฏิบัติการและซอฟแวร์ Office ลดลงมาก เนื่องจากบริษัท เลิศอรุณเทรดดิ้ง จำกัด มีเครื่องลูกข่ายอยู่พอสมควร (7 – 10 เครื่อง)
  2. เพื่อการใช้งานเครื่องอย่างมีประสิทธิภาพ – เครื่องรุ่นเก่าที่มีอยู่สามารถใช้งาน Linux (Ubuntu) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ช้าเกินไป รวมถึงเมื่อเวลาผ่านไป การอัพเกรดเครื่อง สามารถทำในลักษณะเพิ่มเครื่องใหม่ (ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงมากอยู่แล้ว) เข้าไปแล้วใช้เครื่องเก่าเป็น X Terminal (ผ่าน XDMCP) ทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องเก่าที่มีอยู่ใน และไม่ต้องอัพเกรดเป็นเครื่องใหม่ทั้งหมด
  3. เพื่อความมีเสถียรภาพของระบบ และความปลอดภัยของระบบ – ระบบมีเสถียรภาพและปลอดภัยขึ้นมาก เนื่องจากปกติการใช้งาน Linux (Ubuntu) จะบังคับให้ใช้ผู้ใช้งานปกติ (Non priviledge) เท่านั้น การติดไวรัส การปรับแต่งเครื่องอย่างไม่ถูกต้อง การนำซอฟแวร์อื่น ๆ ที่ไม่ได้รับอนุญาตมาใช้งาน ลดลงเป็นศูนย์ (คือไม่มี)
  4. เป็นการช่วยประเทศชาติในด้าน เอกราชทางเทคโนโลยี และการลดภาระการเสียเงินตราต่างประเทศ – จุดประสงค์นี้เป็นนามธรรม ไม่ต้องอธิบาย

ปัญหาและอุปสรรค

  1. ปัญหาที่สำคัญที่สุดคือเครื่องพิมพ์ ในช่วงปีแรก ๆ ที่เริ่มระบบประสบปัญหามากถ้านำเครื่องพิมพ์ประเภท Ink-jet มาใช้งาน เนื่องจากมีการสนับสนุนค่อนข้างน้อย สำหรับปัจจุบันปัญหานี้น้อยลงมาก แต่ยังคงเป็นปัญหาสำคัญอยู่ บางครั้งต้องอาศัยการปรับด้วยตนเอง (Manual) บ้าง แต่สำหรับเครื่องพิมพ์ประเภท Dot Matrix ที่แพร่หลายของ Epson หรือเครื่องพิมพ์ประเภท Laser ส่วนมากมักจะไม่เป็นปัญหา
  2. ปัญหาเรื่องเครื่อง Scanner เป็นปัญหาเดียวกันกับเรื่องเครื่องพิมพ์ ปัญหานี้น้อยลงมากในปัจจุบัน แต่ยังไม่ได้หมดไปเสียทีเดียว
  3. ปัญหาด้านความคุ้นเคยและปัญหาเรื่อง Feature ของ OpenOffice ซึ่งต้องยอมรับว่าน้อยกว่า Office อยู่บ้าง รวมถึงความไม่คุ้นเคยเนื่องจากเมนูจะอยู่คนละที่กัน อย่างไรก็ตามความคุ้นเคยไม่ใช่เรื่องใหญ่ เนื่องจากเมื่อเวลาผ่านไปปัญหานี้จะหมดไปเอง (ถ้ามีผู้ชี้แนะหรืออ่าน Help แล้วพบ Feature ที่ต้องการ)
  4. ปัญหาของบุคคลภายนอก ที่เป็นปัญหา เช่น ระบบ Internet Banking ของธนาคารหลาย ๆ ธนาคารยังกำหนดว่าต้องใช้ Internet Explorer แต่เนื่องจากระบบพวกนี้มีผู้ใช้งานคือตัวผู้บริหารเองเท่านั้น ทางผู้บริหารจะใช้ Notebook ซึ่งมีระบบปฏิบัติการสองระบบ
Posted in Uncategorized | Tagged , , , , , , , , , , ,